ขั้นตอนการติดต่อราชการ สน.ทุ่งครุ

การแจ้งเหตุ   หรือการแจ้งข่าวอาชญากรรม / การแจ้งความต่างๆ / การชำระค่าปรับ / กิจธุระที่ต้องขออนุญาตเจ้าหน้าที่ตำรวจ
 

การแจ้งเหตุ
ประชาชนสามารถให้ความช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ด้วยการช่วยกันเป็นหูเป็นตาสอดส่องพบเห็นเหตุร้ายหรือพฤติกรรมมีพิรุธน่าสงสัย  เข้าข่ายอาชญากรรมประเภทต่างๆ เช่น ลักทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ฯลฯ  ตลอดจนอุบัติเหตุร้ายแรงที่ต้องอาศัยเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นหลักสำคัญในการคลายทุกข์ร้อนของประชาชน
วิธีการแจ้งข่าวอาชญากรรม  สามารถกระทำได้  ดังนี้
1.  พบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือฝ่ายปกครองในท้องที่ที่เกิดเหตุ
2.  แจ้งเหตุทางโทรศัพท์  ซึ่งแบ่งเป็น  2  ลักษณะ  คือ
–   โทรศัพท์หมายเลขฉุกเฉินโดยตรงของทางราชการ เช่น  เหตุด่วนเหตุร้าย  โทรแจ้ง 191 หรือ 024261991
–   โทรศัพท์แจ้งเหตุในรายการวิทยุต่าง ๆ ที่สามารถประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทันท่วงที
3.  แจ้งเหตุทางจดหมายไปยังสถานีตำรวจนครบาลทุ่งครุ เลขที่ 10 ซอยประชาอุทิศ 93 แขวงทุ่งครุ เขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร 10140
ข้อควรทราบในการแจ้งข่าวอาชญากรรมทางโทรศัพท์   เมื่อพบเห็นเหตุร้าย  อย่ามัวแต่ตกใจ   ควรระงับสติอารมณ์แล้วแจ้งเหตุแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจทันที   พยายามจดจำข้อมูลรายละเอียดต่างๆ ของเหตุการณ์ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  สิ่งสำคัญที่เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องการมากที่สุด  คือ
1.   เหตุร้ายนั้นเป็นเหตุอะไร  เช่น  ฆ่าคนตาย  รถชนกัน   ปล้นทรัพย์  ฯลฯ
2.   เหตุนั้นเกิดที่ไหน   ระบุสถานที่ให้ชัดเจนถูกต้อง
3.   คนร้ายมีลักษณะอย่างไร   บอกรูปพรรณสัณฐานของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์   ถ้าเป็นยานพาหนะ  ก็ควรสังเกตว่ายานพาหนะนั้นมีป้ายทะเบียนหรือไม่  ถ้ามีเป็นหมายเลขอะไร  เหล่านี้เป็นต้น
การติดต่อกับสถานีตำรวจทางโทรศัพท์   เป็นวิธีการที่น่าเชื่อว่าประชาชนจะสะดวก  รวดเร็วและเสียค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด   สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงเล็งเห็นและมุ่งที่จะปรับปรุงการให้บริการรับแจ้งเหตุต่าง ๆ  ทางโทรศัพท์นี้ให้มีประสิทธิภาพยิ่ง ๆ ขึ้นไป  เท่าที่ผ่านๆ มาการติดต่อสื่อสารระหว่างผู้คนในสังคมกับสถานีตำรวจทางโทรศัพท์นี้ส่วนใหญ่ก็จะได้รับการบริการเป็นที่น่าพึงพอใจ  แต่สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ตระหนักถึงความรู้สึกของผู้คนในสังคมที่ได้ใช้วิธีการติดต่อกับสถานีตำรวจทางโทรศัพท์และพบว่า   บางครั้งประชาชนที่ใช้วิธีการแจ้งเหตุทางโทรศัพท์ก็ไม่ได้รับบริการอย่างเหมาะสม   หรือบางครั้งการบริการล่าช้ามาก   สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงมุ่งที่จะที่จะหาทางแก้ไขปัญหาแม้ว่าจะเป็นส่วนน้อยที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ทางโทรศัพท์เพื่อมุ่งที่จะทำให้วิธีการแจ้งเหตุทางโทรศัพท์นี้มีประสิทธิภาพมากขึ้น   และเป็นวิธีที่ประชาชนได้เรียกใช้บริการของสถานีตำรวจได้ อย่างมั่นใจ  สะดวก  รวดเร็ว  และเสียค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด
แนวทางการแจ้งเหตุทางโทรศัพท์ใหม่นี้  สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  การแจ้งเหตุของประชาชนในแต่ละครั้ง  จะได้รับการตอบสนองที่เหมาะสมในเวลาอันควรจากตำรวจผู้ให้บริการ  และเพื่อให้ประชาชนได้มีหลักประกันและเกิดความมั่นใจว่า  คำขอรับบริการที่แจ้งเหตุไปถึงตำรวจแล้ว  จะได้รับการบริการที่เหมาะสม 

แจ้งเบาะแสการกระทำความผิด ขอความช่วยเหลือ สอบถามข้อมูล

สายด่วน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ๑๕๙๙

เป็นหมายเลขที่ให้ประชาชนได้ใช้เป็นหลักประกัน  เพื่อความมั่นใจว่า  หากไม่ได้รับความสะดวกหรือการบริการที่เหมาะสมจากผู้ปฏิบัติงานตำรวจในพื้นที่แล้ว  ก็จะสามารถแจ้งความไม่สะดวก  หรือการบริการที่ไม่เหมาะสมให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ทราบเพื่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะได้เข้าไปตรวจสอบ  และพิจารณาแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น  เพื่อพัฒนาการบริการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติต่อไป
ในเบื้องต้นสำนักงานตำรวจแห่งชาติขอความกรุณาผู้ที่ต้องการจะติดต่อขอรับบริการเจ้าหน้าที่ตำรวจติดต่อตรงไปยังสถานีตำรวจที่รับผิดชอบเขตพื้นที่ก่อน  หากไม่ได้รับความสะดวก  หรือไม่ได้รับการดำเนินการในเวลาอันควร  ขอความกรุณาติดต่อไปยังหมายเลขโทรศัพท์ระดับถัดไปได้ทีละระดับ  ตั้งแต่หัวหน้าสถานีตำรวจ  ผู้บังคับการเขตหรือจังหวัด  และสุดท้ายหากยังไม่ได้รับการบริการที่เหมาะสม  ขอได้โปรดแจ้งไปยังศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  เพื่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะได้ใช้เป็นข้อมูลในการพัฒนาการปฏิบัติงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  และเป็นระบบการตรวจสอบให้บริการประชาชนของสถานีตำรวจอีกทางหนึ่งด้วย

การแจ้งข่าวอาชญากรรม  สามารถแบ่งเป็น
1.  การแจ้งข่าวก่อนเกิดเหตุ  ช่วยกันจับตาดูแลสอดส่องพฤติกรรมของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีพฤติกรรมน่าสงสัย ดังนี้
–  ผู้มักมีพฤติกรรมการลักเล็กขโมยน้อย  หรือลักโค กระบือ
 –  อันธพาล  นักเลง
–  ผู้ติดยาเสพติดผิดกฎหมาย เช่น ฝิ่น กัญชา เฮโรอีน สารระเหย
 –  มือปืนรับจ้าง
–  บุคคลแปลกหน้าที่มีพฤติกรรมน่าสงสัย
–  แหล่งซ่องสุมหรือหลบซ่อนตัวของคนร้าย  หรือรับซื้อของโจร
–  แหล่งค้ายาเสพติด
–  แหล่งล่อลวงหญิงค้าประเวณี  หรือทารุณกรรม
–  แหล่งกักขัง  ใช้แรงงานเด็ก  หรือใช้แรงงานคนต่างด้าวผิดกฎหมาย
2.  การแจ้งข่าวขณะเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุ
–  แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที  หากได้พบเห็นบุคคลเป็นผู้ต้องสงสัยว่ากระทำความผิด  จดจำลักษณะ  ตำหนิรูปพรรณ   และยานพาหนะของผู้นั้น
–  ให้ข้อเท็จจริงกับเจ้าหน้าที่อย่างละเอียด  ไม่บิดเบือน  เพื่อผลการดำเนินงานสอบสวนติดตามผลจะได้ถูกต้องแม่นยำ   รวดเร็ว
–  ถ้าเหตุร้ายมีผลต่อสาธารณชน  เช่น  อัคคีภัย  ควรแจ้งตำรวจดับเพลิงหรือกรณีที่พบอุบัติเหตุรถชนกัน  มีผู้ได้รับบาดเจ็บ  ควรรีบแจ้งเจ้าหน้าที่โดยด่วนแล้วช่วยดูแลทรัพย์สินของผู้ประสบเหตุ

            การสังเกตจดจำตำหนิลักษณะคนร้าย   จะมีประโยชน์ในการสืบสวนปราบปรามผู้กระทำผิดได้ง่ายขึ้น  ประชาชนควรศึกษาหลักการสังเกตจดจำรูปพรรณ  ดังต่อไปนี้
1.  จดจำลักษณะใหญ่  เห็นง่าย
2.  จดจำลักษณะเด่น  ตำหนิ
3.  เลือกจดจำลักษณะเพียงบางอย่างที่สามรถจำได้อย่างแม่นยำ
4.  เมื่อคนร้ายหลบหนีไป  รีบจดบันทึกทันทีตามที่เห็นจริง
5.  มอบรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง

การแจ้งความต่าง ๆ  

เมื่อประชาชนประสบเหตุเดือดร้อนไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดก็ตาม  หน่วยงานสำคัญที่จะเป็นที่พึ่งได้ในยามเกิดปัญหา คือ  สถานีตำรวจตามกฎหมายได้ให้สิทธิแก่ประชาชนในการร้องทุกข์หรือแจ้งความเรื่องต่างๆ  ได้อย่างเต็มที่  รวมไปถึงกำหนดหน้าที่ของตำรวจที่จะต้องเอาใจใส่ต่อคำร้องทุกข์ของประชาชน  จะละเลยไม่ได้
สงสัยหรือเปล่าล่ะว่า  แจ้งความ  กับ  แจ้งเหตุ   ต่างกันอย่างไร
การแจ้งเหตุ   คือ  เมื่อเรามีเหตุการณ์ร้ายแรงใดๆ ก็ควรช่วยเหลือสังคมด้วยแจ้งเหตุการณ์ที่เห็นแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ  เพื่อจะได้ช่วยเหลือได้ทันท่วงที
การแจ้งความ  คือ  เมื่อเรามีเรื่องทุกข์ร้อน  และนำเรื่องนั้นไปแจ้งหรือร้องทุกข์แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว  มันจะกลายเป็นคดีความระหว่างเราซึ่งเป็นผู้เสียหายกับคู่กรณี  ดังนั้นมีความจำเป็นอย่างยิ่งจะต้องเรียนรู้ถึงวิธีปฏิบัติ  รวมทั้งการเตรียมเอกสารในเรื่องที่จะแจ้งความนั้นให้พร้อม   เพื่อจะทำให้การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น
1.  แจ้งความเอกสารสำคัญหาย
เช่น  ใบอนุญาตขับขี่รถยนต์  จักรยานยนต์  โฉนดที่ดิน  ใบสำคัญต่างๆ ฯลฯ  มีขั้นตอนดังนี้คือ  ยื่นคำร้องแจ้งว่าเอกสารดังกล่าวหายต่อสถานีตำรวจท้องที่ที่เกิดเหตุ  จากนั้นเจ้าพนักงานจะตรวจสอบว่าจริงหรือไม่  แล้วลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน  พร้อมทั้งออกหลักฐานการแจ้งความเอกสารหายเพื่อให้ท่านนำไปยังหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องสำหรับดำเนินการต่อไป
2.  แจ้งความคนหาย
หลักฐานต่างๆ ที่ควรนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ  คือ
–  บัตรประจำตัวผู้หาย  หรือสำเนาบัตรที่ถ่ายเก็บไว้ (ถ้ามี)
–  สำเนาทะเบียนบ้านผู้หาย
–  ภาพถ่ายคนหาย (เป็นภาพถ่ายปัจจุบัน)
–  ใบสำคัญทางราชการ  เช่น  ใบเกิด  ใบสำคัญทหาร (ใบกองเกิน ใบกองหนุน)
3.  แจ้งความรถหรือเรือหาย
หลักฐานต่างๆ ที่ควรนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ  คือ
–  ใบทะเบียนรถยนต์  รถจักรยานยนต์  หรือพาหนะอื่นๆ ที่หาย
–  ใบรับเงินหรือสัญญาซื้อขายเท่าที่มี
–  ถ้าเป็นตัวแทนห้างร้าน  บริษัท  ผู้ไปแจ้งความควรมีหนังสือมอบอำนาจจากเจ้าของหรือผู้จัดการของห้างร้าน  บริษัทนั้นๆ ไปรวมทั้งหนังสือรับรองบริษัทด้วย
–  หนังสือคู่มือประจำรถที่ทางบริษัทห้างร้านออกให้  ถ้าไม่มีก็ให้จำสีรถ  แบบ  ยี่ห้อ  หมายเลขประจำเครื่องและตัวรถไปด้วย (ถ้ามี)
–  หากมีภาพถ่ายรถหรือเรือที่หายให้นำไปด้วย
4.  แจ้งความอาวุธปืนหาย
ควรเตรียมหลักฐานดังนี้
–  ทะเบียนใบอนุญาตอาวุธปืน
–  ใบเสร็จ รับเงินที่บริษัทห้างร้านขายปืนออกให้ ( ถ้ามี )
–  ภาพถ่ายปืนที่หาย
5.  แจ้งความทรัพย์สินหาย
ควรเตรียมหลักฐานดังนี้
–  ใบเสร็จรับเงินซื้อขาย หรือหลักฐานการแสดงการซื้อขายทรัพย์สินนั้น
–  รูปพรรณทรัพย์สิน ๆ เช่น  หมายเลขเครื่อง ฯลฯ  ( ถ้ามี )